ลดหวานแบบไม่ทรมาน เคล็ดลับลดน้ำตาลในชีวิตประจำวัน

6 ครั้ง

คนไทยคุ้นเคยกับรสหวาน ทั้งชา กาแฟ น้ำอัดลม และขนมหวาน การได้รับน้ำตาลมากเกินไปเป็นประจำเพิ่มความเสี่ยงต่อน้ำหนักเกิน ฟันผุ และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหลายชนิด ข่าวดีคือการลดหวานทำได้ ถ้าค่อย ๆ ปรับ

ควรกินน้ำตาลวันละเท่าไหร่

องค์การอนามัยโลกแนะนำให้จำกัดน้ำตาลอิสระ (น้ำตาลที่เติมในอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงน้ำผึ้งและน้ำผลไม้) ไม่เกิน 10% ของพลังงานต่อวัน และถ้าลดได้ต่ำกว่า 5% หรือประมาณ 6 ช้อนชา (25 กรัม) ต่อวัน จะยิ่งดีต่อสุขภาพ

น้ำตาลแฝงอยู่ที่ไหนบ้าง

  • ชาเย็น กาแฟเย็น ชานมไข่มุก และน้ำหวานต่าง ๆ
  • น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง และน้ำผลไม้สำเร็จรูป
  • ขนมปัง เบเกอรี่ ซีเรียลรสหวาน และโยเกิร์ตรสผลไม้
  • ซอสปรุงรส น้ำจิ้ม และอาหารที่ปรุงรสหวานนำ

เคล็ดลับลดหวานทีละขั้น

สั่งหวานน้อย: เริ่มจากหวานน้อย แล้วค่อยลดเป็นหวานน้อยมากหรือไม่หวาน ลิ้นจะปรับตัวได้ภายในไม่กี่สัปดาห์

ดื่มน้ำเปล่าเป็นหลัก: เปลี่ยนน้ำหวานในมื้ออาหารเป็นน้ำเปล่าหรือชาไม่ใส่น้ำตาล

อ่านฉลากโภชนาการ: ดูปริมาณน้ำตาลต่อหนึ่งหน่วยบริโภค และสังเกตว่ากินจริงกี่หน่วย

เลือกผลไม้สดแทนขนม: ผลไม้ให้ความหวานพร้อมใยอาหาร อิ่มนานกว่าขนมหวาน

ลดการเติมน้ำตาลตอนปรุง: ชิมก่อนปรุง และค่อย ๆ ลดปริมาณน้ำตาลที่ใส่ในอาหาร

ไม่ต้องงดทันที
การหักดิบมักทำได้ไม่นาน ลองลดสัปดาห์ละนิด เช่น จากชาเย็นวันละแก้วเหลือวันเว้นวัน แล้วค่อยลดต่อไป ผู้ที่มีโรคเบาหวานควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์

‹ ย้อนกลับ

14 ครั้ง

5 นิสัยง่าย ๆ ดูแลสุขภาพวัยทำงาน เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้

งานยุ่งแค่ไหนก็ดูแลตัวเองได้ เริ่มจากนิสัยเล็ก ๆ 5 ข้อที่ทำได้ทุกวัน ไม่ต้องใช้เวลามาก แต่ส่งผลดีต่อร่างกายและจิตใจในระยะยาว

อ่านต่อ
6 ครั้ง

ลดเค็ม ลดโซเดียม ดูแลหัวใจและไตได้ทุกมื้อ

อาหารไทยหลายเมนูมีโซเดียมสูงโดยไม่รู้ตัว มาดูปริมาณเกลือที่แนะนำต่อวัน และวิธีลดเค็มง่าย ๆ ที่บ้านและเวลากินนอกบ้าน

อ่านต่อ
4 ครั้ง

นอนหลับให้มีคุณภาพ 7 เคล็ดลับตื่นมาสดชื่นทุกเช้า

นอนครบชั่วโมงแต่ยังตื่นมาเพลีย? ลองปรับ 7 เรื่องง่าย ๆ ก่อนนอน ตั้งแต่เวลาเข้านอน แสงในห้อง ไปจนถึงเครื่องดื่มที่ควรเลี่ยงช่วงเย็น

อ่านต่อ
หน้าหลัก