คนไทยคุ้นเคยกับรสหวาน ทั้งชา กาแฟ น้ำอัดลม และขนมหวาน การได้รับน้ำตาลมากเกินไปเป็นประจำเพิ่มความเสี่ยงต่อน้ำหนักเกิน ฟันผุ และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหลายชนิด ข่าวดีคือการลดหวานทำได้ ถ้าค่อย ๆ ปรับ
ควรกินน้ำตาลวันละเท่าไหร่
องค์การอนามัยโลกแนะนำให้จำกัดน้ำตาลอิสระ (น้ำตาลที่เติมในอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงน้ำผึ้งและน้ำผลไม้) ไม่เกิน 10% ของพลังงานต่อวัน และถ้าลดได้ต่ำกว่า 5% หรือประมาณ 6 ช้อนชา (25 กรัม) ต่อวัน จะยิ่งดีต่อสุขภาพ
น้ำตาลแฝงอยู่ที่ไหนบ้าง
- ชาเย็น กาแฟเย็น ชานมไข่มุก และน้ำหวานต่าง ๆ
- น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง และน้ำผลไม้สำเร็จรูป
- ขนมปัง เบเกอรี่ ซีเรียลรสหวาน และโยเกิร์ตรสผลไม้
- ซอสปรุงรส น้ำจิ้ม และอาหารที่ปรุงรสหวานนำ
เคล็ดลับลดหวานทีละขั้น
สั่งหวานน้อย: เริ่มจากหวานน้อย แล้วค่อยลดเป็นหวานน้อยมากหรือไม่หวาน ลิ้นจะปรับตัวได้ภายในไม่กี่สัปดาห์
ดื่มน้ำเปล่าเป็นหลัก: เปลี่ยนน้ำหวานในมื้ออาหารเป็นน้ำเปล่าหรือชาไม่ใส่น้ำตาล
อ่านฉลากโภชนาการ: ดูปริมาณน้ำตาลต่อหนึ่งหน่วยบริโภค และสังเกตว่ากินจริงกี่หน่วย
เลือกผลไม้สดแทนขนม: ผลไม้ให้ความหวานพร้อมใยอาหาร อิ่มนานกว่าขนมหวาน
ลดการเติมน้ำตาลตอนปรุง: ชิมก่อนปรุง และค่อย ๆ ลดปริมาณน้ำตาลที่ใส่ในอาหาร
การหักดิบมักทำได้ไม่นาน ลองลดสัปดาห์ละนิด เช่น จากชาเย็นวันละแก้วเหลือวันเว้นวัน แล้วค่อยลดต่อไป ผู้ที่มีโรคเบาหวานควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์




